IMG-LOGO

สมาคมศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หน้าหลัก / สาระน่ารู้ / แสดงรายการข้อมูล
สาระน่ารู้
IMG

ความรู้เรื่องมะเร็งช่องปาก

มะเร็งหรือเนื้องอกชนิดร้ายแรง (cancer, malignant tumor) เป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตและแบ่งตัวมากเกินไปอย่างควบคุมไม่ได้ของเซลล์ที่ผิดปกติ

ความรู้เรื่องมะเร็งช่องปาก

มะเร็งหรือเนื้องอกชนิดร้ายแรง (cancer, malignant tumor) เป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตและแบ่งตัวมากเกินไปอย่างควบคุมไม่ได้ของเซลล์ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอกของที่โตขึ้นอย่างรวดเร็วและลุกลามทำลายเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียง และยังแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งถ้าไม่สามารถควบคุมการลุกลามเฉพาะที่และการแพร่กระจายของมะเร็งได้จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

มะเร็งช่องปากเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรงซึ่งเกิดขึ้นที่ริมฝีปากและบริเวณต่างๆ ภายในช่องปาก เช่น เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม พื้นช่องปาก และเพดานปาก เป็นต้น มะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยใน 10 อันดับแรกของมะเร็งทั่วร่างกาย มะเร็งช่องปากมีหลายชนิด ที่พบบ่อยที่สุดเป็นชนิดที่เกิดจากเซลล์ของเยื่อบุผิวช่องปาก (squamous cell carcinoma)

 

าการของมะเร็งช่องปาก

1. เป็นก้อนเนื้อที่โตยื่นออกมาจากพื้นผิวช่องปากอย่างรวดเร็ว ผิวขรุขระไม่เรียบ อาจมีลักษณะเหมือนผิวดอกกะหล่ำ หรืออาจมีแผลบนก้อน แต่บางชนิดก็อาจจะมีผิวเรียบได้เช่นกัน

2. เป็นแผลที่มีขอบยกนูนและแข็ง บางครั้งอาจเป็นแผลตื้นๆ มีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

3. รอยปื้นแดงหรือขาวในช่องปาก

4. อาการอื่น ๆ

- อาการเจ็บปวด โดยทั่วไปมะเร็งช่องปากมักจะไม่มีอาการเจ็บหรือปวดในระยะแรกๆ แต่จะมีอาการปวดเมื่อมีขนาดใหญ่หรือมีการติดเชื้อร่วมด้วย

- อาการชา มักเกิดจากมะเร็งลุกลามและทำลายเส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการชาบริเวณริมฝีปากล่างหรือบริเวณใต้ตา เป็นต้น

- อ้าปากได้จำกัด เกิดจากมะเร็งลุกลามไปยังกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการอ้าและหุบปาก

- ต่อมน้ำเหลืองใต้คางและบริเวณลำคอโต ซึ่งมักจะไม่มีอาการเจ็บเมื่อคลำ

- แผลถอนฟันไม่หายในเวลา 1 ดือน

น้ำหนักลด อ่อนเพลีย


 

แสดงรอยโรคมะเร็งช่องปากชนิดปื้นแดงปนขาว เช็ดไม่ออกที่บริเวณเพดานปาก และเหงือกล่าง

 

 

แสดงรอยโรคมะเร็งช่องปากชนิดแผลมีขอบนูนแข็งบริเวณข้างลิ้น อาจมีอาการเจ็บร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

 

 

แสดงรอยโรคมะเร็งช่องปากชนิดเป็นก้อนยี่นออกมา ผิวขรุขระ บริเวณเหงือกล่าง และริมฝีปากล่าง

 

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งช่องปาก  เฉพาะมะเร็งช่องปากชนิดที่เกิดจากเซลล์ของเยื่อบุผิวช่องปาก (squamous cell carcinoma) เท่านั้นที่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงได้แก่

1. เพศ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า

2. อายุ ส่วนใหญ่พบในผู้อายุมากกว่า 40 ปี โดยอายุเฉลี่ยที่ตรวจพบประมาณ 55-60 ปี อย่างไรก็ตามพบว่าประมาณ 5% ของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากชนิดนี้ มีอายุต่ำกว่า 40 ปี สำหรับมะเร็งช่องปากชนิดอื่นๆ อาจพบได้ในอายุเฉลี่ยที่น้อยกว่านี้

3. การสูบบุหรี่และการใช้ยาเส้นในช่องปาก โดยพบว่าในบุหรี่และยาสูบมีสารก่อมะเร็งมากกว่า 10 ชนิด

4. การดื่มสุรา

5. การเคี้ยวหมาก  พบว่าในหมากมีสารก่อมะเร็งหลายชนิด

6. รังสียูวี (เฉพาะมะเร็งบริเวณริมฝีปากล่าง)

เมื่อศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลรวบรวมข้อมูลจากประวัติ ปัจจัยเสี่ยง อาการและการตรวจช่องปากและลำคอแล้ว จะส่งตรวจทางภาพรังสีและตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัยมะเร็งช่องปากก่อนที่จะวางแผนการรักษาต่อไป

การแบ่งระยะของมะเร็งช่องปาก  มะเร็งช่องปากแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามขนาดและการลุกลามของมะเร็ง ขนาดและจำนวนของต่อมน้ำเหลืองที่โต และการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งผู้ป่วยระยะแรกๆ จะมีโอกาสรักษาหายขาดสูงกว่าผู้ป่วยระยะท้ายๆ

 

การรักษามะเร็งช่องปาก    อาจใช้วิธีการใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้หรือใช้หลายวิธีร่วมกันขึ้นกับชนิดและขนาดตลอดจนระยะของโรคและวัตถุประสงค์ในการรักษา

1. การผ่าตัด เป็นการผ่าตัดนำเอาก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ ออก และมักจะต้องผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอออกด้วย ในกรณีที่ต้องผ่าตัดเนื้อเยื่อออกเป็นบริเวณกว้างอาจต้องมีการนำเนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นมาปิดบาดแผลที่เกิดจากการตัดก้อนมะเร็งออก

2. รังสีรักษา เป็นการใช้รังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ร่วมกับการผ่าตัดในรายที่มีข้อบ่งชี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ในกรณีที่มะเร็งมีขนาดเล็กมากอาจใช้รังสีรักษาเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด 

3. เคมีบำบัด เป็นการใช้ยาต้านมะเร็งหลายชนิดร่วมกันเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งทั้งบริเวณก้อนเนื้องอก และเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดและรังสีรักษาเฉพาะในรายที่มีข้อบ่งชี้

4. การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การรักษาด้วยวิธีทางภูมิคุ้มกัน (immunotherapy) การรักษาด้วยวิธีทางโฟโตไดนามิก (photodynamic therapy) และการรักษาอื่นๆนั้นยังอยู่ในระหว่างการทดลองและขณะนี้ยังไม่ได้เป็นวิธีมาตรฐานในการรักษา สำหรับสารสกัดจากกัญชานั้นในขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าได้ผลในการรักษาโรคมะเร็งช่องปาก

 

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด จะต้องได้รับการเตรียมช่องปากโดยทันตแพทย์ก่อนการรักษาเสมอเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระดูกกรามตายจากรังสี และป้องกันการติดเชื้อในกระแสโลหิตที่มีสาเหตุจากโรคเหงือกและฟันในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องระหว่างและภายหลังการได้รับรังสีรักษาอีกด้วย สำหรับรายละเอียดเรื่องการเตรียมช่องปากและดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้

 

การฟื้นฟูสภาพภายหลังการรักษา ภายหลังการผ่าตัดและรังสีรักษาแล้ว ผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพ เช่น การฝึกกลืน การฝึกอ้าปาก การฝึกพูด การใส่ฟันเทียม เป็นต้น

 

การตรวจติดตามผลการรักษา  ภายหลังการรักษาผู้ป่วยจะได้รับการนัดหมายมาตรวจติดตามผลเป็นระยะจนครบอย่างน้อย 5 ปี เพื่อตรวจดูว่ามีการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งหลังการรักษาหรือไม่

 

กล่าวโดยสรุปมะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ในระยะแรกๆ มักจะยังไม่มีอาการเจ็บปวดทำให้ผู้ป่วยไม่ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องไปพบทันตแพทย์หรือแพทย์ทำให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาล่าช้า ซึ่งการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกๆ จะทำให้มีโอกาสหายขาดจากโรคสูง